ปรึกษาทนายความ lawyers.in.th ll ทนายความ สภาทนายความ ทนายอาสา

 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ดู: 91|ตอบกลับ: 5

ฟ้องเรียกเงินล่วงหน้าและค่าประกันคืน

[คัดลอกลิงก์]
วันที่ 23 เม.ย. 60 ดิฉันทำหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่า เนื่องจากพบว่าผู้ให้เช่าไม่ใช่เจ้าของตึกตัวจริง (เจ้าของตัวจริงมาแสดงตัวและแจ้งว่าผู้ให้เช่าไม่ได้จ่ายค่าเช่ามาหลายเดือนจึงได้ยกเลิกสัญญาเช่ากันแล้ว)
ผู้ให่เช่าตอบรับการยกเลิกและมีหนังสือสัญญาจะคืนเงินล่วงหน้าและค่าประกัน จำนวน 15000 ภายในวันที่ 24 พ.ค. 60
หลังจากนั้นก็ไม่สามารถ ติดต่อผู้ให้เช่าโดยตรงได้อีก แต่ได้รับการผลัดผ่อนจากเลขาผู้ให้เช่า หลายครั้ง จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้เงินคืน

ดิฉันจึงต้องการจะฟ้องด้วยตนเอง เพราะค่าใช้จ่ายทนายไม่คุ้ม จึงต้องการขอคำแนะนำขั้นตอน และวิธีดำเนินการ ค่ะ

ดิฉันสามารถฟ้องเป็นคดีมโนสาเร่ หรือ คดีที่ไม่ยุ่งยากได้มั้ยคะ

โพสต์ 2017-6-16 10:19:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
คดีแบบนี้เป็นคดีผู้บริโภคครับ แนะนำว่าถ้าไม่อยากเสียค่าทนายก็ไปที่ ร้องเรียนที่ สคบ ใกล้บ้านคุณเลยครับ
(อาจฟ้องมโนสาเร่ก็ได้ เเต่เสี่ยงเพราะศาลจะสั่งให้แก้เป็นผู้บริโภค)
เเต่ถ้าอยากฟ้องเองเเนะนำก็ได้ครับ (เพราะถ้าเป็นคดีของตัวเอง ไม่ต้องจ้างทนายก็ได้)
1 คุณต้องรู้ว่าคดีคุณต้องฟ้องศาลไหน เพราะถ้าฟ้องผิดศาล ศาลจะไม่รับฟ้องคุณ
2 คุณต้องร่างคำฟ้องเอง ซึ่งต้องมีองค์ประกอบแนะนำตัวโจทก์ จำเลย เหตุการณ์ เหตุโต้เเย้งสิทธิ ความเสียหายของโจทก์ และคำขอของโจทก์
ส่วนนี้ ถ้าเขียนไม่ดี ศาลอาจยกฟ้องได้ บางคนเรียกว่า เราแพ้ตั้งแต่ในมุ้ง
เเต่คำฟ้องนี้ ถ้าคุณจะให้เป็นคดีผู้บริโภค ก็ไปร้องเรียน สคบ. เจ้าหน้าที่ก็อาจทำให้ ไม่เสียค่าธรรมเนียม
หรือคุณจะฟ้องแบบมโนสาเร่ก็ได้ เเต่คุณต้องเขียนฟ้องเอง หรือจะแถลงด้วยวาจาโดยไปติดต่อที่ศาลได้คุณจะฟ้อง เสียค่าธรรมเนียม 200 บาท ค่าส่งหมายให้คู่ความแยกต่างหาก
3 ต้องทำบัญชีพยาน
4 ทำหมายและส่งหมายให้คู่ความ
5 ไม่ว่าจะคดีผู้บริโภค หรือ คดีมโนสาเร่ คุณต้องติดตามนัดศาลทุกนัด ไปทุกนัด ไม่งั้นอาจถือว่าทิ้งฟ้อง หรือ ขาดนัดพิจารณา แล้วแต่กรณี
(อาจมีนัดไกล่เกลี่ยช่วงนี้ ถ้าตกลงได้ คดีจะจบเลยครับ ถ้าตกลงไม่ได้ ก็เป็นไปตามกระบวนการ)
6 เวลาสืบพยานคุณต้องใช้ไหวพริบ ในการหลอกล่อ หรือเทคนิกการพูดที่จะทำให้พยานนี้เป็นคุณแก่เรา และต้องพูดโน้มน้ามเพื่อให้ผู้พิพากษาเชื่อคุณ
7 สืบพยานเสร็จทุกครั้งจะมีการเซ็นรายงานศาล อย่าลืมเซ็นนะครับ
8 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคุณจะมา หรือมอบอำนาจใครมาฟ้งเเทนก็ได้
9 หลังจากฟังคำพิพากษาเเล้ว ทั้งคุณและฝั่งตรงข้าม อาจอุทธรณ์ได้ ซึ่งถ้าคุณอุทธรณ์ คุณต้องเขียนเอง และคุณต้องรู้ว่า ต้องอุทธรณ์ที่เขตไหน ประเด็นไหนอุทธรณืได้ หรือ ไม่ได้ เหตุที่อุทธรณ์ สมเหตุผลที่ผู้พิพากษาจะเชื่อหรือไม่
10 รอฟังอุทธรณ์
11 ไม่พอใจอุทธรณ์ ก็ฎีกาไป ลักษณะคล้ายๆข้อ 9.
12 ฟังฎีกา คดีสิ้นสุดทันที

จบครับ กระบวนการง่ายๆ ทำเองได้ครับ